จัดฟันแฟชั่นเสี่ยงมะเร็ง

จัดฟันแฟชั่นเสี่ยงมะเร็ง

6-7 ปีที่ผ่านมานี้ ทุกคนก็คงจะคุ้นหูคุ้นตากันดีกับกระแสการจัดฟันแฟชั่นของเด็กไทยที่ดูจะมาแรงเอามากๆ  เพราะมีเว็ปไซต์โฆษนารับจัดกว่า 20,000 เว็ปไซต์ มีใบปลิวแปะอยู่ตามสถานที่ต่างๆทั่วทุกแห่ง ไม่เว้นแม้กระทั่งตามโรงเรียนหรือสถาบันทางการศึกษา มีร้านรับจัดอยู่ทั่งทุกห้าง หรือแม้กระทั่งตามตลาดนัดเล็กๆตามหมู่บ้าน ด้วยราคาเร้าใจไม่เกิน 2,000 บาท แม้แต่อุปกรณ์เปลี่ยนสีก็ราคาเริ่มต้นแค่ 50 บาทเท่านั้น ทำให้กระแสแฟชั่นอันตรายนี้ เข้ามาเกาะกุมหัวใจเด็กไทยให้อย่างง่ายดาย

ทางด้านบรรดาสื่อต่างชาติถึงกับอึ้ง!! กับปรากฏการนี้ “อะไรกันนี่ ยิ้มสยามหายไปไหน มีแต่ยิ้มเหล็กใน เต็มปากเลย” และประเทศไทยก็ยังได้รับการยกย่องอีกว่า เป็นชาติแรกและชาติเดียวที่เด็กและเยาวชนมีจัดฟันกันเป็นแฟชั่น จนสำนักข่าวเอพี  และซีบีเอส สื่อชั้นนำของโลกได้เสนอข่าวออกไป แต่เป็นในลักษณะที่  “โอ้ว..เด็กไทยน่าห่วงจัง เอาอะไรไปติดในปากกันก็ไม่รู้ อันตรายนะ ไม่รู้กันหรืออย่างไร!! ”

แต่ถึงกระนั้นแล้ว ยิ่งมีข่าวกระแสจัดฟันแฟชั่นก็คงความมาแรงอย่างไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ เหล่าวัยรุ่นก็ยิ่งวุ่นแห่กันไปทำเพราะกลัวจะตกเทรนด์ จนกระทั่งวันหนึง มีเด็กหญิงเสียชีวิต..โดยจากผลการชันสูตรศพ พบว่า เธอเสียชีวิตเนื่องจากการติดเชื้ออย่างรุนแรงในช่องปาก จากการจัดฟันแฟชั่น !! และหลังจากนั้นก็มีอีก 2-3 รายตามมาติดๆในลักษณะเดียวกัน บรรดาวัยรุ่นไทยที่ก็พากันแห่ไปถอดเจ้าเครื่องมือสังหารชีวิตนี้ออกจากปากกันเป็นแถวเป็นแนว

แต่ทว่าพอเรื่องเงียบไป.. ทุกสิ่งก็เข้าสู่สภาวะปกติที่วัยรุ่นไทยลืมเรื่องร้ายนั้นไป และแล้วกระแสการจัดฟันแฟชั่นก็เริ่มกลับมาครองตลาดอีกเช่นเคย

ทั้งนี้จึงได้มีผลักดันทางกฎหมายในการที่จะเอาผิดกับธุรกิจจัดฟันแฟชั่นเถื่อน โดยโครงการ“ความร่วมมือในการจัดการปัญหาสินค้าไม่ปลอดภัย : กรณีการจัดฟันแฟชั่น ” โดยการผลึกกำลังสร้างความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทันตแพทยสภา กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกองประกอบโรคศิลปะ กระทรวงสาธารณสุข ในการที่จะแก้ปัญหานี้ให้หมดไปจากสังคมไทย มิให้ปัญหานี้เข้ามาทำลายเหล่าอนาคตของชาติได้อีก

ทางด้าน ศาสตราจารย์นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวว่า  การจัดฟันแฟชั่นได้ถูกทำขึ้นอย่างผิดกฏหมายเพราะผู้ที่ทำนั้นไม่ใช่ทันตแพทย์แต่อย่างได้ และผลร้ายที่ตามนั้นก็มากเหลือเกินถึงขั้นทำให้เด็กไทยของเราเสียชีวิต และแม้ปัจจุบันหน่วยงานหลายๆฝ่ายพยายามดำเนินการจับกุมเพื่อเร่งขจัดปัญหานี้ แต่กฎหมายก็ยังอ่อนอยู่ไม่สามารถเอาโทษได้อย่างรุนแรง จนยังมีผู้ที่ลักลอบทำอยู่ไม่น้อย สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องสร้างความรู้ความเข้าใจและสร้างค่านิยมในเรื่องการจัดฟันที่ถูกต้องให้กับวัยรุ่น รวมทั้งต้องเร่งผลักดันการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ปกครองเป็นบุคคลที่สำคัญยิ่ง ที่ควรหมั่นใส่ใจและให้คะแนะนำที่ถูกต้องแก่บุตรหลาน ถ้าทุกฝ่ายร่วมมือกันโดยเร็วก็จะสามารถขจัดปัญหานี้ได้อย่างทันการ

สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดของการจัดฟันแฟชั่นก็คือการเสียชีวิต อันเนื่องมาจากการติดเชื้อในช่องปากและเนื้อเยื่อ แต่นอกจากนั้นสิ่งที่เยาวชนทุกคนได้รับเข้าสู่ร่างกายอย่างแน่นอนจากการจัดฟันแฟชั่น ก็คือ สารพิษปนเปื้อนต่างๆที่มากับอุปกรณ์และเครื่องมือ ดังที่ ทันตแพทย์ทันตแพทย์อดิเรก ศรีวัฒนาวงษา ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า

“จากการที่เราได้เก็บตัวอย่างของลวดจัดฟันแฟชั่นมาจากตลาด พบว่า ของทุกชิ้นมีสารปนเปื้อนที่เป็นโลหะหนักต่างๆ คือ สารตะกั่ว โครเมียม พลวง และสารหนู ซึ่งเมื่อได้รับเข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่องก็จะไปทำอันตรายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และยังชักนำให้เกิดโรคมะเร็งอีก

ด้วย” ซึ่งก็แน่นอนว่าอุปกรณ์ที่ด้อยคุณภาพเช่นนี้เป็นตัวที่ลำเลียงเอาสารพิษเข้าไปในร่างกายของผู้ที่ใช้มัน และนอกจากนี้กรรมวิธีและอุปกรณ์และเครื่องมืออื่นๆที่บรรดาหมอเถื่อนใช้ในการจัดฟันแฟชั่นที่สกปรก เพราะไม่ได้รับการฆ่าเชื้อและทำความสะอาดอย่างถูกวิธี เมื่อเกิดแผลในช่องปากก็จะทำให้เกิดอาการติดเชื้อจนทำให้เสียชีวิต หรืออาจติดโรคต่างๆตามมา เช่น ไวรัสตับอักเสบบี วัณโรค ไข้หวัด และในช่วงที่หวัด 2009 ระบาดนี้ ก็ยิ่งจะเพิ่มความรุนแรงของอาการเข้าไปอีกด้วย”

ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การจัดฟันแฟชั่น ไม่ได้มีประโยชน์แม้เพียงซักนิดเดียว หากแต่เป็นเพียงกระแสที่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของวัยรุ่น ที่มักเลียนแบบความแปลกใหม่ แปลกตา แต่มิได้คำนึงถึงความปลอดภัยของสุขภาพร่างกายตนเอง เราในฐานะผู้ที่รู้เท่าทันก็ไม่ควรที่จะนิ่งเฉยดูดาย แล้วปล่อยให้ปัญหานี้เป็นเพียงสิ่งที่ผ่านหูไปเฉยๆ ซึ่งวันนึงมันก็อาจจะมาทำลายลูกหลานหรือคนที่เรารัก

นายแพทย์สุภกร บัวสาย ผู้จัดการกองทุนฯสำนักงานกองทุรสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ได้ให้ข้อคิดไว้ว่า ความอันตรายจากการจัดฟันแฟชั่นนี้เป็นปัญหาที่ระบาดไปทั่วประเทศไทย การที่ทุกฝ่าย ทุกหน่วยงานองค์กร และประชาชนทุกคนมาร่วมบูรณาการในการแก้ปัญหานี้ ร่วมสนับสนุนกฎหมายเพื่อเอาผิดกับผู้ที่กระทำการ และร่วมกันสอดส่องให้ความรู้แก่บรรดาเด็กและเยาวชนของเรา พวกเค้าก็จะได้ไม่ต้องตกไปเหยื่อของเครื่องมืออันตรายนี้ และปัญหาการจัดฟันแฟชั่น ก็จะหมดไปจากสังคมไทยโดยเร็ว

ร่วมบอกต่อกับทุกคนว่า “จัดฟันแฟชั่น..ได้ ไม่คุ้มเสีย” จงอย่าเสี่ยง อย่าลอง เพราะนอกจากที่คุณจะเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์แล้ว ดีไม่ดี คุณอาจจะเสียชีวิตจากไอ้เหล็กนี้ก็ได้ ดังผู้เคราะห์ร้ายตัวอย่างจำนวนไม่น้อย และสำหรับบรรดาผู้ที่หลงผิดไปติดเสียแล้ว ก็รีบเดินไปที่โรงพยาบาลของรัฐทุกแห่งทั่วประเทศ รับการถอดเครื่องมือนั้นออก ฟรี!!

สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจนี้ถ้าคุณยังไม่หยุดทำลายเด็กไทยอนาคตของชาติ เจอปั๊บจับปุ๊บทันทีโทษติดคุก 6 เดือน ไม่มีอุทรณ์ และไม่รอลงอาญา !!

อ้างอิง : พรรณปพร ศรีเจริญ

ใส่ความเห็น