ปฏิบัติตัวเมื่อรับเคมีบำบัดหรือฉายรังสี

ดูแลผู้ป่วยมะเร็ง

เรื่องที่พึงระวังและการจัดการกับปฏิกิริยาที่ไม่สบายกาย หลังการบำบัดด้วยการใช้ยาคีโมและรังสีบำบัด ได้แก่

1. ปฏิกิริยาการรักษาที่เกิดการคันตามผิวหนังและมีผื่นแดง ผิวลอกหลุด เจ็บปวดหรือมีบางส่วนของผิวหนังเป็นรอยไหม้ดำ ต้องระวังไม่เอามือไปเกา ผิวหนังลอกหลุดเนื่องจากความแห้งกร้านก็ไม่ควรใช้มือไปลอก ควรรักษาความแห้งของผิวหนัง ให้ทายาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรทาถูด้วยยาชนิดอื่น ๆ
2. ไม่ควรลบเครื่องหมายกำกับออกและไม่ควรเขียนภาพเพิ่มเติมขึ้นไป
3. บริเวณที่รับการบำบัดด้วยรังสี ต้องไม่ถูกแสงแดด และเมื่อต้องมีลมเย็นพัดถูกบริเวณบำบัด ควรคลุมด้วยผ้า
4. เลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่มีเนื้อผ้านุ่ม หลีกเลี่ยงการเสียดสีของผิวหนังในบริเวณที่ได้รับการบำบัด
5. ดื่มน้ำให้มากๆ และปัสสาวะให้มากๆ ควรระมัดระวังในเรื่องสุขอนามัยเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อของท่อปัสสาวะ
6. หากมีแผลในช่องปาก ควรถอดฟันปลอมที่สวมถอดได้ออก ใช้แปรงสีฟันที่มีขนแปรงนุ่ม ใช้นิ้วชี้นวดเหงือก หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ทานอาหารที่มีรสเผ็ด หมั่นใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเกลืออุ่นบ้วนปาก หรือบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปากตามที่แพทย์สั่ง
7. อาการปากแห้งเกิดจากการที่มีน้ำลายหลั่งออกมาน้อยลง ให้พกกระติกน้ำติดตัวเพื่อใช้สำหรับดื่มหรือบ้วนปาก บางครั้งแพทย์อาจจะสั่งให้ใช้น้ำลายเทียมสามารถผสมในอัตราส่วน 1:1 กับน้ำอุ่นเพื่อนำมาใช้ โดยอมไว้ในปากเป็นเวลาหลาย ๆ นาที ก่อนที่จะกลืนลงไป โดยให้น้ำลายเทียมเหล่านี้ ติดอยู่ในช่องปากลำคอและเยื่อหุ้มของทางเดินอาหาร จะได้ผลดีมาก
8. หากมีการฉายแสงรังสีบริเวณช่องปากหรือโพรงจมูก อาจเกิดอาการกรามขบแน่นทำให้อ้าปากได้ลำบาก ต้องรีบเริ่มฝึกการออกกำลังอ้าปากทันที ให้ขยับกระดูกเชิงกรามส่วนล่างขึ้นลงและขยับซ้ายขวา โดยให้อ้าปากกว้างราว 3-4 นิ้ว วันละหลาย ๆ ครั้ง และครั้งละหลาย ๆ รอบ โดยใช้มือหรืออุปกรณ์ช่วยในการอ้าปาก
9. หากการบำบัดมีการฉายแสงรังสีตรงบริเวณของช่องปาก ซึ่งอาจจะกระทบทำให้ความรู้สึกของประสาทรับรู้รสชาติบนลิ้นเกิดการเปลี่ยนแปลง ทำให้สูญเสียความรู้รสในอาหารยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอารมณ์และกำลังใจที่ตกต่ำ ในเวลาเช่นนี้ต้องจัดเตรียมอาหารที่มีรสชาติดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ควรให้กำลังใจผู้ป่วยอดทนรอการบำบัดให้ผ่านพ้นไป สถานการณ์ก็จะค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ ส่วนระดับและความเร็วในการฟื้นฟูจะขึ้นอยู่กับปริมาณความแรงของรังสีที่ฉายโดยตรง ในสภาวะเช่นนี้การสนับสนุนจากญาติพี่น้องที่เป็นความรักความอดทนเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดเท่านั้น ผู้ป่วยจึงจะสามารถผ่านพ้นจุดวิกฤตินี้ได้
10. ในเรื่องอาหารการกินควรรับประทานอาหารประเภทที่ให้สารโปรตีนและพลังงานสูง การได้รับอาหารเสริมที่เหมาะสม ทำให้วงจรการทดแทนหมุนเวียนพื้นฐานของร่างกายได้ดูดซึมสารอาหารที่ต้องการ เพื่อเพิ่มพูนภูมิคุ้มกันของร่างกายแต่ละวัน ให้รับประทานทีละเล็กทีละน้อยแต่รับประทานหลาย ๆ มื้อ อย่ารับประทานจนอิ่มเกินไป อาหารที่รับประทานควรมีนมโคสด ไข่ เนื้อ ปลา ถั่ว ผัก ผลไม้ต่าง ๆ อาหารหลักควรเป็นพวกจมูกข้าวหรือจำพวกเส้นหมี่ต่าง ๆ เป็นดีที่สุด ไขมันต่าง ๆ ควรเป็นน้ำมันพืชจะเหมาะสมกว่า การปรุงอาหารควรหลีกเลี่ยงการผัด ทอด ย่าง รมควัน ดองเป็นต้น การปรุงอาหารควรมีการเปลี่ยนรูปโฉมการปรุง เพื่อกระตุ้นความอยากอาหารของผู้ป่วย
11. ผู้ป่วยที่มีอาการปากแห้ง มีแผลในช่องปาก กลืนได้ยาก ควรรับประทานอาหารที่อ่อนนิ่ม หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นกรดและมีเนื้อหยาบ สามารถดื่มน้ำซุปหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ เพื่อช่วยในการกลืนอาหาร ควรเคี้ยวให้ละเอียดแล้วค่อย ๆ กลืน หลังมื้ออาหารควรบ้วนปากและรักษาความชื้นของช่องปาก ให้ระวังป้องกันการติดเชื้อในช่องปากด้วย
12. ผู้ป่วยที่มีน้ำหนักลดลงสามารถรับประทานอาหารที่มีสารอาหารเข้มข้น มีปริมาตรไม่ใหญ่โตและให้คุณค่าในด้านโปรตีนและพลังงานสูง นอกจากนี้แล้วยังสามารถรับประทานวิตามีนเพื่อทำให้เจริญอาหารได้อีกด้วย
13. ผู้ป่วยที่มีอาการท้องเดินหรือท้องเสีย ควรหลีกเลี่ยงรับประทานอาหารที่ทำให้ท้องอึดท้องเฟ้อ เช่น ถั่วต่าง ๆ ต้นหอม มันเผือก ข้าวโพด นมโค เครื่องดื่ม น้ำอัดลม เป็นต้น ควรรับประทานอาหารที่มีกากเส้นใยต่ำ เพื่อลดปริมาตรของอุจจาระที่จะขับถ่าย ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลมากเกินไป
14. ผู้ป่วยที่มีปัญหาในด้านการขับถ่าย เลือกรับประทานอาหารที่ให้สารกากใยสูง เช่น อาหารประเภทพืชผักผลไม้และธัญหารต่าง ๆ ดื่มน้ำให้มากและออกกำลังกายพอประมาณปล่อยอารมณ์ให้สบายๆ ไม่เครียด
15. ผู้ป่วยที่เป็นโรคโลหิตจางหรือขาดวิตามิน ควรเพิ่มเติมด้วยอาหารโปรตีนธาตุเหล็กและวิตามิน A, B, C เป็นต้น
16. เมื่อพบว่าปริมาณเม็ดโลหิตขาวลดลง ควรระวังให้หลีกเลี่ยงการเข้าออกในที่สาธารณะ เช่น เมื่อการนับของเม็ดเลือดขาวลดลงถึง 3,000 ccm ควรสวมใส่ผ้าปิดปากและจมูกเป็นการป้องกันตนเอง บริเวณรอบ ๆ ไม่ควรวางแจกันและกระถางดอกไม้ ถังขยะก็ควรมีฝาปิดให้สนิท ควรระมัดระวังในเรื่องสุขอนามัยส่วนบุคคลให้มาก เช่น อาบน้ำหรือเช็ดตัวทุก ๆ วัน ตัดเล็บให้สั้น เคยชินกับการล้างมือ
17. ระมัดระวังในเรื่องของช่องปากและผิวหนังทั่วไปตามลำตัว ให้ตรวจดูว่ามีรอยผื่นสีแดง รู้สึกเจ็บปวด ผิวหนังแตกมีแผลเน่าเปื่อย เป็นต้น หากมีความรู้สึกว่าน่าจะติดเชื้อแล้วให้ไปปรึกษาแพทย์ทุกครั้งที่พบอาการเหล่านี้ คือ เป็นไข้ตัวร้อนเกิน 38 องศาเซลเซียส รู้สึกหนาวสั่น ไอ น้ำมูกไหล เจ็บคอ ปัสสาวะแสบขัด อุจจาระเหลว 3 ครั้งขึ้นไป

อ้างอิง : http://www.siamca.com

ใส่ความเห็น