นอนน้อยเสี่ยงมะเร็งลำไส้

พักผ่อนไม่พอเกิดมะเร็งได้

มาดูกันว่าการนอนเกี่ยวอะไรกับเนื้องอกลำไส้ การค้นพบความเกี่ยวข้องระหว่างการนอนไม่เพียงพอและการเกิดเนื้องอกนี้ ถือเป็นการค้นพบครั้งแรกในวงการวิทยาศาสตร์ แม้ว่านักวิจัยจะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดในความเกี่ยวข้องดังกล่าวนักวิทยาศาสตร์จากศูนย์ข้อมูลมะเร็ง มหาวิทยาลัย เคส เวสเทิร์นพบว่า การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเนื้องอกลำไส้ชนิดอดีโนมา (colorectal adenomas) ซึ่งประมาณ 10 % ของการเกิดเนื้องอกชนิดนี้ อาจกลายเป็นมะเร็งได้

นักวิจัยกล่าวว่า ผู้ที่นอนหลับไม่เพียงพออาจมีโอกาสที่จะเกิดมะเร็งลำไส้ได้เช่นเดี่ยวกับกลุ่มผู้ที่มีนิยมบริโภคเนื้อแดง ซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้

“หลักฐานบางประการบ่งชี้ว่า ฮอร์โมนเมลาโตนินซึ่งเป็นเกี่ยวกับการนอนหลับ อาจสามารถป้องกันการเกิดเนื้องอกลำไส้ได้”
ดร.ลี ลี่ กล่าวถึงสิ่งที่เขาอยากจะทำการวิจัยต่อไปในอนาคต

ในงานวิจัยล่าสุดของ ดร.ลี ซึ่งทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงจำนวน 1,240 คน ซึ่งเข้ามารับการตรวจ รวมทั้งการตรวจเลือดและการกรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับระยะเวลา คุณภาพของการนอนหลับ

โดยรวมแล้ว นักวิจัยพบการเกิดเนื้องอกในกลุ่มตัวอย่างจำนวน 338 คน หรือราว 27% และจากการวิเคราะห์วิถีการนอนของกลุ่มตัวอย่างเหล่านี้ พบว่า กลุ่มตัวอย่างที่นอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมง มีความเสี่ยงที่จะเกิดเนื้องอกในลำไส้ใหญ่สูงกว่ากลุ่มผู้ที่นอนหลับตั้งแต่ 7 ชั่วโมงขึ้นไป

ความแตกต่างระหว่างสัดส่วนการนอนระหว่างผู้ป่วยเนื้องอกลำไส้ กับกลุ่มที่ไม่ป่วยด้วยโรคดังกล่าวนั้นมีไม่มากนัก โดยเฉลี่ยเพียง 19 นาที ผู้ป่วยส่วนใหญ่รายงานว่า พวกเขานอนหลับน้อยกว่า 6 ชั่วโมง มีเพียงผู้ป่วยบางคนเท่านั้นที่รายงานว่าพวกเขานอนมากกว่า 7 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม ดร. เจ ลีโอนาร์ด ลิชเทนฟิล นักวิจัยจากสมาคมมะเร็งแห่งสหรัฐอมเริกา กล่าวว่า ความแตกต่างอันน้อยนิดเกี่ยวกับระยะเวลาเฉลี่ยในการนอนนั้น อาจสันนิฐานได้ว่า อิทธิพลดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นซึ่งนักวิจัยไม่ได้ทำการวัด

“แม้ว่า นักวิจัยจะกล่าวว่า การนอนหลับอาจเป็นอีกสาเหตุหนึ่งของความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอก แต่ผมคิดว่า ยังมีสิ่งที่ต้องค้ยหาอีกมากมายกว่าจะสรุปได้ว่า การนอนหลับเกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้องอกลำไส้” ดร.ลิชเทนฟิลกล่าว

มีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้องอกลำไส้ และการนอนหลับก็เป็นอีกหนึ่งข้อสันนิฐานที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจ ซึ่งเราคงต้องติดตามกันต่อไป

อ้างอิง : healthy

ใส่ความเห็น