10 อันดับมือถือ “อุ่นมะเร็งในสมอง”

10 อันดับมือถือ “อุ่นมะเร็งในสมอง”

ข่าววงการ IT  ส่งเมล์เวียนกันอ่าน แจ้งว่า…องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เปิดเผยว่า ระดับการแผ่รังสีของสมาร์ทโฟนทุกวันนี้ หากใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 30 นาทีทุกๆ วัน ผู้ใช้มีโอกาสเป็นมะเร็งที่สมองได้ โดยคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นจากความถี่ของมือถือที่แผ่ออกมาบนเนื้อเยื่อ และถูกวัดออกมาในหน่วยวัตต์ต่อกิโลกรัมเรียกว่าSAR (Specific Absorption Rate) ซึ่งค่าดังกล่าวได้ถูกำหนดให้ต่ำกว่า 1.6 วัตต์ต่อกิโลกรัมจึงจะถือว่า ” สอบผ่าน”

.

ปัจจุบันมีสมาร์ทโฟนออกมาในท้องตลาดมากมาย ซึ่งประเด็นที่ผู้ใช้อาจจะไม่เคยให้ความสนใจก็คือ อัตราการแผ่รังสีความร้อน หรื SAR โดยล่าสุดได้มีการวัดค่าดังกล่าวของสมาร์ทโฟนยอดนิยมในตลาด พร้อมทั้งจัดทำเป็นรายการ 10 อันดับสมาร์ทโฟนที่แผ่รังสีสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในรายการทีมีการเปิดเผยออกมาไม่มี BlackBerry และ iPhoneอันนี้ก็เนื่องจากว่า สมาร์ทโฟนทั้งสองมี่ค่า SAR อยุ่กลางไม่สูงเกินไป และไม่ตำเกินไป อย่าง iPhone 4 จะมีค่า SAR อยู่ที่1.17 – 1.18 ส่วน BlackBerry รุ่นเก่าๆ ส่วนใหญ่ค่า SAR จะค่อนข้างสูง โดยต่ำกว่า 1.6 เล็กน้อย แต่รุ่นใหม่ๆ จะสามารถลดค่าSAR ลงมาได้อีกเล็กน้อย

.

สำหรับ 10 อันดับสมาร์ทโฟนในสหรัฐฯ ที่แผ่รังสีค่อนข้างสูงมีดังนี้

Motorola Atrix  1.47 SAR

HTC Desire 1.48 SAR

Motorola Droid  1.47 SAR

Motorola Droid 2   1.47 SAR

Motorola Defy 1.52 SAR

NOKIA C 7   1.53 SAR

Sony Ericssons X 10 Mini Pro 1.55 SAR

Sony Ericssons Satio  1.56 SAR

Motorola Droid 2 Global  1.58 SAR

Motorola Bravo 1.59 SAR

.

และ 10 อันดับสมาร์ทโฟนในสหรัฐฯ ที่แผ่รังสีค่อนข้างต่ำมีดังนี้

HTC Imagio  0.498 SAR

Motorola Devour 0.45 SAR

HTC Surround 0.439 SAR

Samsung Captivate  0.42 SAR

LG Quantum 0.35 SAR

Huawei Ideos X 5 0.34 SAR

Samsung Sidekick 4 G 0.34 SAR

Samsung Replenish 0.3 SAR

Samsung Acclaim 0.29 SAR

Samsung Infuse 4 G 0.2 SAR

อย่างไรก็ตาม สมาร์ทโฟนที่นำเสนอเหล่านี้ล้วน “สอบผ่าน” ทั้งสิ้น แต่ก็ต้องใส่ใจกันหน่อยสำหรับรุ่นที่มีค่า SAR สูงมากๆ ทั้งนี้คู่มือของสมาร์ทโฟนบางรุ่นอย่าง iPhone 4 จะระบุว่า ขณะใช้งานมือถือ เพื่อเรียกสาย หรือสื่อสารข้อมูลไร้สายควรจะให้มีระยะห่างจากร่างกายประมาณ 1.5 ซม. (ปกติเวลาใช้โทรจะแนบใบหู ซึ่งระยะห่างจากสมองประมาณนี้อยู่แล้ว )

.

อ้างอิง : http://www.arip.co.th/news.php?id= 413662

ใส่ความเห็น