หนีให้ไกลมะเร็งผิวหนัง

หนีให้ไกลมะเร็งผิวหนัง

เนื้องอกในร่างกายคนเรามีอยู่ 2 แบบ คือ แบบไม่ร้ายแรง มีวาสนาได้เป็นแค่เนื้องอกไปตลอดชีวิต กับแบบที่ร้ายแรง ก็คือมะเร็ง เจ้าตัวคร่าชีวิตมนุษย์เป็นอันดับต้นๆ ของโลก มะเร็งนั้นเกิดได้ทุกที่ในร่างกาย รวมทั้งบริเวณผิวหนัง แต่คนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงคำว่ามะเร็ง แล้วจะมีความกลัวบังเกิดขึ้นมาทันที ถ้าเป็นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็วิตกจริต กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เอาแต่เพ้อว่า ต้องตายแน่นอน แต่สำหรับมะเร็งผิวหนังแล้ว ผมอยากจะบอกว่า ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด หรือที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตนั้นก็อยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างจะต่ำมาก

จริงอยู่ตามสถิติแล้วมะเร็งที่พบมากที่สุดในคนเรานั้นก็คือมะเร็งผิวหนัง แต่เป็นมะเร็งชนิดที่ไม่ทำให้มีการตายสูงแต่อย่างใด เหตุผลง่ายๆ เพราะมันเกิดที่ผิวหนัง ส่วนมากเจริญเติบโตในชั้นหนังกำพร้า เ ราจึงสามารถเห็นได้ด้วยตา จัดการกับมัน หรือเอาออกได้ไม่ยาก แค่ตัดชิ้นเนื้อขนาด 4-5 มิลลิเมตรไปตรวจ 2 สัปดาห์ก็รู้ผลแล้วว่าออกหัวหรือก้อย ไม่เหมือนพวกมะเร็งตับที่บางคนพอเจอก็อยู่ในขั้นรุนแรง หรือทำอะไรไม่ทัน ทำได้เพียงเขียนพินัยกรรมให้ลูกหลาน

ช่วงหลังๆ มานี้ มีการพูดถึงมะเร็งผิวหนังกันมาก เรียกว่ากระจายความกลัวกันเต็มที่ คน (ที่คิดว่าตัวเอง) เป็นไข้ หลายคนมาหาผมให้ช่วยวินิจฉัย เปิดไฝ โชว์ปานเนื้อ ติ่งเนื้อ อะไรต่างๆ นานา ถามว่า นี่ใช่มะเร็งหรือเปล่าคุณหมอ และส่วนมากที่ผมมักพบเจอ ก็คือเนื้องอกธรรมดา บางครั้งดูด้วยตาก็วินิจฉัยได้ทันที แต่ก็นั่นแหละครับ ปัจจัยความเสี่ยงของโรคภัยต่างๆ ทุกวันนี้มีมากขึ้นทุกที ใครจะไว้ใจได้

ผมเลยขอรวบรวมคำอธิบายเกี่ยวกับมะเร็งผิวหนังมาให้อ่าน จะได้ไม่ต้องวิตกกังวลกันเกินกว่าเหตุ หรือหากมีสัญญาณว่าจะเป็นก็จะได้แก้ไขทันการณ์

มะเร็งผิวหนัง แบ่งทั่วไปได้ 3 ชนิด

1. Basal cell carcinomas เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบมากที่สุด เกิดในผิวหนังบริเวณผิวหนังที่รับแสงแดด หรือนอกร่มผ้า ซึ่งก็เหมือนๆ กับมะเร็งผิวหนังชนิดอื่น แทบจะไม่แพร่กระจายหรือลุกลาม และนำไปสู่การเสียชีวิตน้อยมาก สามารถเอาออกไปได้โดยการผ่าตัดและการฉายรังสี ง่ายๆ เหมือนกำจัดแผลเป็น

2. Squamous cell carcinomas พบทั่วไปเหมือนกัน แต่อยู่ในอัตราส่วนที่น้อยกว่าชนิดแรกอยู่มาก มีการแพร่กระจายบ้าง แต่ก็ในอัตราที่ช้า ยกเว้นหากเกิดบริเวณริมฝีปาก หู หรือในผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำเป็นพิเศษ ทั้ง 2 ชนิดที่ผ่านมารักษาให้หายได้เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์น ไม่ว่าจะพบในขณะยังไม่เป็นผู้ร้ายเต็มตัว หรือขั้น Pre-cancerous หรือขั้นเป็นมะเร็งแล้วก็ตาม

3. Malignant Melanomas เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบน้อยที่สุดใน 3 ชนิดนี้ แต่เป็นชนิดที่แพร่กระจาย และน่ากลัวที่สุด เซลล์เม็ดสีมีการแบ่งตัวผิดปกติอาจลุกลามไปจุดสำคัญ เช่น สมอง ได้ ทว่าหากเจอตั้งแต่ต้นก็แก้ไขได้ไม่ยาก สัญญาณของมะเร็งผิวหนังชนิดนี้คือมีแผลสีน้ำตาลไปถึงดำ เกิดการเปลี่ยนแปลงของขนาด รูปร่าง สี อย่างรวดเร็ว อาจมีอาการเจ็บ คัน เปื่อย และมีเลือดออก

มะเร็งที่อันตรายและนำไปสู่ความตายมากที่สุด คือมะเร็งปอด ในสหรัฐฯ พบปีละประมาณ 1.3 ล้านคน ส่วนมะเร็งผิวหนังชนิด Basal และ Squamous นั้นพบรวมกันปีละประมาณ 2,000 คน คิดเป็นเพียง 30 % ของชนิด Melanoma ที่พบปีละประมาณ 6,500 คน

ปัจจัยสู่มะเร็งผิวหนัง

  • วัย ลักษณะทางพันธุกรรม และการสูบบุหรี่
  • สีผิว คนผิวคล้ำมีโอกาสเป็นมะเร็งผิวหนังน้อยกว่าคนผิวขาว นอกจากนี้ยังรวมถึงการ
  • ได้รับรังสี UV ทั้งชนิด UVA และ UVB
  • การรับประทานสารหนูปนเปื้อนจากยาหม้อ ยาต้ม ยาลูกกลอน ที่ไม่ทราบแหล่งผลิตที่แน่นอน ส่วนผู้ที่อาศัยในแหล่งน้ำที่มีสารหนูจะก่อให้เกิดผลในระยะยาว
  • แผลเรื้อรังที่ไม่รักษาให้หายไปเป็นปกติ โดยเฉพาะแผลเปื่อย อาจนำไปสู่การเป็นมะเร็งผิวหนังชนิด Squamous cell carcinoma ได้ รวมถึงปาน หรือ ไฝ ที่มีขนาดใหญ่ผิดปกติ ตั้งแต่ 20 มิลลิเมตรขึ้นไป มีความเสี่ยง โปรดอย่านิ่งนอนใจ
  • ไวรัสในตำแหน่งที่ลับ อวัยวะเพศ ที่ชื่อ Human papailloma virus (HPV) อาจจะเริ่มจากการเป็นหูด ให้รีบรักษา อย่าอายหมอ เพราะทิ้งไว้ระยะยาวก็อาจจะลุกลามเป็นมะเร็งได้ แม้จะเกิดในเปอร์เซ็นต์น้อย ซึ่งมีวัคซีน HPV สามารถป้องกันได้ เช่นเดียวกับวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง

กันไว้ดีกว่าแก้

  • แน่นอน เราไม่อาจใช้ชีวิตโดยไม่โดนแสงแดดได้ แต่ก็มีทางป้องกันมะเร็งผิวหนังได้มากมาย
  • ผิวที่อยู่ในร่มผ้า นอกร่มผ้า ผิวด้านในและผิวด้านนอกมีสุขภาพต่างกัน แม้อายุผิวจะเท่ากัน การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดไม่ใช่เพราะอายุ แต่เป็นเพราะรังสียูวี อย่างผิวหน้าท้องนี่เนียนนุ่มนี่แทบจะไม่มีโอกาสเป็นมะเร็งเลย ฉะนั้นเราจึงควรลดการเผชิญแสงแดด โดยเฉพาะระหว่างเวลา 9 โมงเช้า ถึง 4 โมงเย็น
  • หากจำเป็นต้องอยู่กลางแดด ให้สวมเสื้อแขนยาว และทาครีมกันแดดที่ป้องกันทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี ทาทุกๆ 2 ชั่วโมง และโดยเฉพาะหลังการว่ายน้ำ
  • ไม่ควร รับวัฒนธรรมต่างชาติ ที่ชอบอาบแดดให้เป็นสีแทน เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้องว่าการมีสีแทนเป็นสัญลักษณ์ของการมีสุขภาพดี และการมีปัญญาไปเที่ยวตากอากาศต่างแดน ด้วยความไม่รู้ตัวเพราะเหตุนี้ฝรั่งผิวขาวจึงเป็นมะเร็งผิวหนังกันมาก
  • คนหัวล้านก็มีโอกาสเป็นมะเร็งหนังศีรษะได้ ต้องใส่หมวก แต่ไม่ใช่หมวกแก๊ปที่เปิดโล่งเตียนกลางกระหม่อมที่ชอบใส่กันตอนตีกอล์ฟนะครับ
  • เลิกสูบบุหรี่ งานวิจัยบางชิ้นระบุว่า บุหรี่หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งของมะเร็งผิวหนัง นอกจากป้องกันมะเร็งผิวหนังแล้วยังป้องกันมะเร็งปอดอีกด้วย ถ้าจะให้สมบูรณ์แบบที่สุดก็เลิกดื่มเหล้าเสียด้วยเลย

แนวทางการรักษา

การรักษานั้นไม่ควรอย่างยิ่งที่จะไปซื้อยาใช้เอง ไม่ว่าจำพวกยาทาหรืออะไรก็ตาม อาจรักษาได้จริงแต่ก็เพียงระยะเริ่มต้น เพราะหากไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก็จะมีความเสี่ยงสูง ซึ่งข้อนี้สำคัญที่สุด เม็ดสีที่สงสัยว่าผิดปกติ ขึ้นมาได้ยังไง ทำไมโตไว เปลี่ยนสี ขนาด รูปร่าง อย่างรวดเร็ว ควรไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชายด้านผิวหนังโดยตรง บอกหมอให้ครบถึงรายละเอียด แล้วจะได้รับการรักษาที่ตรงจุด และทันท่วงที


อ้างอิง : นิตยสาร Men’s Health ฉบับเดือนกุมภาพันธ๋ 2553

ใส่ความเห็น