เป็นผู้ชายก็ต้องดูแลตัวเอง

เป็นผู้ชายก็ต้องดูแลตัวเอง

ปกติผู้ชายจะใช้เวลาในการดูแลตัวเองน้อยกว่าผู้หญิง แต่ช่วงเวลาเล็กน้อยที่ต่างกันนี้ผู้หญิงกลับใช้เพื่อบำรุงสุขภาพและความงาม ซึ่งผู้ชายก็ทำตามได้โดยไม่ยุ่งยากซับซ้อน

เริ่มที่อย่านำสบู่ถูตัวมาล้างหน้า ถึงแม้จะสะดวก แต่ผิวหนังบริเวณใบหน้าบอบบางกว่าส่วนอื่น จึงอาจถูกทำลายได้ง่าย โดยเฉพาะสบู่ยาที่มีสารต่อต้านแบคทีเรียที่จะทำให้ผิวแห้ง และเกิดการระคายเคืองได้ จึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวและใช้สำหรับล้างหน้าโดยเฉพาะ หรือใช้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่มีเม็ดสครับและหากมีเวลาควรพอกหน้าเพื่อกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวใหม่และช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วจากผิวหนังชั้นนอก

สำหรับผู้ชายที่ใช้เชฟวิ่ง-ครีมหรือครีมทาก่อนโกนหนวดที่เป็นเจล ควรเปลี่ยนเป็นแบบครีมแทน เพราะแบบเจลจะมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจทำให้ผิวแห้งและระคายเคือง นอกจากนี้ข้อดีของครีมโกนหนวดแบบครีมคือทำให้การโกนเรียบลื่นกว่าด้วย

และหากใช้ผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผม ต้องล้างศีรษะก่อนนอนทุกครั้ง เพราะในขณะที่ผู้หญิงจะล้างเครื่องสำอางบนใบหน้าทุกเย็นเพื่อป้องกันการเกิดสิวและริ้วรอย แต่ผู้ชายอาจคิดว่าไม่จำเป็น เพราะไม่ได้แต่งหน้า ซึ่งที่จริงผลิตภัณฑ์ตกแต่งทรงผมเป็นอีกหนึ่งตัวการสำคัญที่อาจไปอุดตันรูขุมขนได้

หลังสระผมให้ใช้ครีมนวดผมทุกครั้ง จะทำให้ผมดูมีสุขภาพดีและเป็นประกายเงางาม โดยเฉพาะผมที่ยาวกว่า 2 นิ้ว นอกจากนี้ผมที่สุขภาพดีจะทำให้ดูเด็กลงถึง 10 ปี ส่วนผู้ที่ทำสีผม ในฤดูร้อนอาจใช้คอนดิชั่นเนอร์ที่ไม่ต้องล้างออกหรือแบบลีฟ-ออนเพื่อป้องกันผมเปลี่ยนสีหรือสีจางลงจากการถูกแดดลามเลีย

อย่าลืมดูแลปากให้นุ่มชุ่มชื้นโดยทาลิปปาล์มเหลวที่ริมฝีปากแล้วใช้แปรงสีฟันถูกวนบริเวณริมฝีปากเบาๆ หรือใช้แปรงสีฟันถูบริเวณริมฝีปากหลังแปรงฟันเพื่อขจัดขุยที่ริมฝีปาก ทำให้ริมฝีปากนุ่มนวล และทาลิปมันเพื่อให้ริมฝีปากชุ่มชื้นอยู่เสมอ ที่สำคัญต้องใช้ไหมขัดฟันทุกวันโดยไม่มีข้อยกเว้น เพื่อป้องกันคราบแบคทีเรียที่จะสะสมเป็นคราบหินปูนบนฟัน ซึ่งจะทำให้ฟันเป็นรูและเป็นโรคเหงือกในที่สุด นอกจากนี้การขัดฟันทุกวันจะทำให้ฟันสะอาดและเหงือกสุขภาพดี

ดูแลเล็บให้สะอาดอยู่เสมอ โดยตัดเล็บและตะไบเล็บด้วย หากไม่ลำบากใจเกินไปก็ควรทาครีมที่มือบ้าง เพราะผู้ชายที่มีมือสะอาดและเล็บตัดเรียบร้อย จะดูมีบุคลิกดี โดยเฉพาะผู้ที่ต้องจับมือทักทายกับผู้อื่นอยู่เสมอ

มาที่การปกป้องผิว ขณะที่ผู้หญิงจะได้รับสารป้องกันแสงแดดในเครื่องสำอางและมอยซ์เจอร์ไรเซอร์ ซึ่งทำให้แม้จะไม่ได้ทาครีมกันแดดเลยแต่ผิวหนังก็จะถูกแสงแดดทำลายน้อยกว่า ในขณะเดียวกันผู้ชายกลับไม่มีเกราะป้องกันแสงแดดเลย ทำให้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งผิวหนังมากกว่าผู้หญิง ผู้ชายจึงควรทาครีมกันแดดด้วย

นอกจากเหตุผลด้านความงามแล้ว การทาครีมกันแดดสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งผิวหนังถึงร้อยละ 50โดยอาจใช้มอยซ์เจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของสารป้องกันแสงแดดก็ได้ เพราะจะทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื้นด้วย ซึ่งไม่เฉพาะใบหน้าเท่านั้น ทั่วร่างกายก็ต้องการการปกป้องแสงแดดเหมือนกัน ดังนั้นผู้ชายที่ไม่ทาครีมกันแดดเพราะกลัวถูกมองว่าสำอางอาจต้องคิดใหม่

สุดท้ายคือให้สังเกตผิวหนังทั่วร่างกายอยู่เสมอ หากมีไฝขึ้นมากและขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นตัวบ่งชี้ของมะเร็งผิวหนังในระยะแรกเริ่ม ซึ่งการสังเกตและไปพบแพทย์เพื่อตรวจว่าเกิดความผิดปกติบนผิวหนังหรือไม่ แล้วรักษาอย่างเนิ่นๆ ย่อมดีกว่าปล่อยให้โรคร้ายลุกลามจนยากเกินจะรักษา

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
หมวด : วาไรตี้
โพส์เมื่อ : 30  มิถุนายน  2554

ใส่ความเห็น