“เจลลี่โภชนา” เพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

“เจลลี่โภชนา” เพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

“อาหาร” เป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญต่อชีวิตมนุษย์ แต่หากความเจ็บป่วยของร่างกายเป็นอุปสรรค ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหาร หรือใช้ชีวิตได้อย่างปกติ ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและจิตใจลดลง การวิจัยและทดลองเพื่อหาสิ่งที่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ

จนเป็นแรงผลักดันในการค้นคว้าวิจัยระหว่างมูลนิธิทันตนวัตกรรมในพระบรมราชูปถัมภ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกับสถาบันต่างๆ อีกหลายแห่ง จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์อาหารสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก หรือ “เจลลี่โภชนา” ขึ้น โดยได้เข้าร่วมในงานการนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2554 ที่เพิ่งผ่านมานี้ด้วย

รศ.วิสิฐ จะวะสิต ผู้ทำวิจัย จากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงที่มา ว่า กระบวนการรักษาโรคมะเร็งช่องปากในปัจจุบัน ต้องใช้วิธีการผ่าตัดร่วมกับการฉายรังสี ซึ่งมีผลให้ผู้ป่วยประสบปัญหาความพิการของอวัยวะบดเคี้ยว และมักทำให้เกิดแผล ในช่องปาก รวมถึงปัญหาต่อมน้ำลายผลิตน้ำลายได้น้อยลง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถรับประทานอาหารได้สะดวก และอาจจำเป็นต้องพึ่งพาการรับประทานอาหารทางสายยาง ปัญหาดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปากมักต้องพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล นานกว่าผู้ป่วยโรคมะเร็งชนิดอื่น และยังมีผลต่อคุณภาพชีวิตจากการที่ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ ทำให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปากมักมีอาการขาดอาหาร ซึ่งมีผลต่อเนื่องกับประสิทธิภาพในการรักษา นอกจากนี้ “เจลลี่โภชนา” ยังสามารถนำไปใช้กับผู้ป่วยโรคอื่นๆ ได้อีก เช่น อัมพาต โรคในช่องปาก เป็นต้น

ดังนั้น การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณค่าโภชนาการเพียงพอ และมีคุณลักษณะที่ผู้ป่วยสามารถบริโภคได้เองทางปาก โดยไม่ทำให้รู้สึกเจ็บปวดขณะกลืน รวมถึงมีรสชาติที่ยอมรับได้ จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้ป่วยมะเร็งช่องปากได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและ ลดปัญหาการขาดอาหารลง ซึ่ง “เจลลี่โภชนา” นี้ไม่ใช่อาหารเสริม แต่สามารถรับประทานเป็นอาหารหลักได้ โดยปริมาณการรับประทานจะอยู่ที่ 2 กล่อง ต่อ 1 มื้อ

รศ.วิสิฐ เล่าถึงคุณสมบัติ ว่า ผลิตภัณฑ์อาหารที่มีลักษณะเป็นเจลทำให้ผู้ป่วยสามารถกลืนได้ง่าย ไม่สำลัก เวลาเคี้ยวก็ไม่เจ็บ โดยถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบการฆ่าเชื้อในระบบยูเอชที (Ultra Heat Treatment) และบรรจุในกล่องปลอดเชื้อที่สามารถเปิดบริโภคได้ง่าย มีคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสม ซึ่งสัดส่วนของพลังงานที่ได้มีทั้งจากคาร์โบไฮเดรต ไขมัน นอกจากนี้ยังมีโปรตีนที่มีคุณภาพดีและมีอายุการเก็บรักษาได้อย่างน้อย 1 ปี

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์อาหารต้นแบบสามารถนำไปพัฒนาเป็นรสชาติที่หลากหลาย ทั้งในรูปอาหารคาวและหวาน อาทิเช่น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ข้าวหอมมะลิ ข้าวมันไก่ มะม่วง ชานม ลิ้นจี่ โดยในเบื้องต้นผลิตภัณฑ์บางรสชาติจะถูกนำไปผลิตในระดับอุตสาหกรรม จำนวน 840,000 กล่อง เพื่อแจกจ่ายให้ผู้ป่วยโรคมะเร็งช่องปากจำนวน 1,800 ราย ผ่านศูนย์มะเร็งทั้ง 9 แห่ง ทั่วประเทศ ภายในเดือนตุลาคม 2554 เพื่อเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554

ที่มา : www.manager.co.th

4 Responses to “เจลลี่โภชนา” เพื่อผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก

  1. ศุภลักษณ์ เชาว์วัย พูดว่า:

    อยากสอบถามค่ะ ถ้าเราต้องการที่จะซื้อเจลลี่โภชนา จะสามารถหาซื้อได้จากที่ไหนค่ะ

    แล้วราคาเท่าไหร่ เพราะในตอนนี้อาของดิฉันกินอาหารลำบากมากค่ะ เพราะมะเร็งในช่องปาก

    รบกวนตอบคำถามด้วยนะค่ะ

    • admin พูดว่า:

      เจลลี่โภชนาพระราชทาน เป็นอาหารพระราชทาน ห้ามจำหน่าย จึงยังไม่สามารถหาซื้อได้ ณ ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มูลนิธิได้จัดทำโครงการอาหารพระราชทานสำหรับผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก ซึ่งจะแจกจ่ายให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งช่องปาก หรือ อื่นๆ ที่มีปัญหาการเคี้ยว การกลืน ตามสถานพยาบาล 10 แห่ง คือ
      1. คลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา กรุงเทพฯ 02-3087600 กด 9, 088-0223049
      2. โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา 044-235582, 081-955-9002
      3. สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรุงเทพฯ 02-3547025-35
      4. ศูนย์มหาวชิราลงกรณ ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 02-5461960-6
      5. ศูนย์มะเร็งชลบุรี 038-784001-5
      6. ศูนย์มะเร็งลพบุรี 036-6218000
      7. ศูนย์มะเร็งลำปาง 054-335262-8
      8. ศูนย์มะเร็งอุดรธานี 042-207375-80
      9. ศูนย์มะเร็งอุบลราชธานี 045-285610-5, 045-285637-40
      10. ศูนย์มะเร็งสุราษฎร์ธานี 077-211625-8 ต่อ 1006
      ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานพยาบาล ดังกล่าว หรือ ติดต่อสอบถามมูลนิธิทันตนวัตกรรม ได้ที่ คุณบัวขาว หงษาชุม โทรศัพท์ 089-664-4634, 02-218-9027

  2. phanchita พูดว่า:

    เจลลี่น่าสนใจมากค่ะ แต่อยากสอบถามว่าจะแจกให้เฉพาะบุคคลที่ตรวจเจอมะเร็งแล้วรคเปล่าคะ เพราะตอนนี้ยังไม่ได้ไปตรวจเพราะอายแต่มีอาการเข้าข่ายในตอนนี้ค่ะเคี้ยวอาหารลำบากมากค่ะ

    แล้วค่าใช้จ่ายในการตรวจแพงมั้ยคะ

    ขอบคุณค่ะ

ใส่ความเห็น