มะขามป้อมสมุนไพรรักษาโรคมะเร็ง

มะขามป้อม

มะขามป้อม

Phyllanthus emblica Linn.Malacca tree  Euphorbiaceae
มะขามป้อมเป็นไม้ที่ขึ้นง่ายไม่เลือกดินฟ้าอากาศพบได้ตามป่าเขาทั่วไปในแถบเอเชียจึงเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในประเทศไทย จีน อินเดีย เนปาล มาเลเซีย ศรีลังกา  บังคลาเทศ  และญี่ปุ่น  มีการนำส่วนต่างๆ ของมะขามป้อมมาใช้เป็นยาพื้นบ้านรักษาโรคต่างๆ ทั้งส่วนใบ   ลำต้น ราก ผล หรือเปลือกลำต้น
นอกจากเป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี ส่วนต่างๆ ของมะขามป้อมยังมีสารสำคัญหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ มีมากน้อยต่างกันไปตามส่วนต่างๆ ของพืชดังกล่าวแล้ว  กลุ่มสารสำคัญเหล่านี้ได้แก่  tannin  flavanoid  benzenoid  coumarin diterpine triterpine alkaloid และ steroid  นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรทที่ให้รสหวาน ได้แก่  น้ำตาล  glucose และ fructose โปรตีน และไขมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันทั้งชนิดอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว  พบมากในส่วนเมล็ด
ได้มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาของมะขามป้อม พบว่านอกจากเป็นแหล่งของวิตามินที่ใช้รักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้แล้ว  ส่วนต่างๆ ของมะขามป้อมยังมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาดังต่อไปนี้
.

ฤทธิ์ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์

มีผู้ศึกษาเรื่องนี้กันมาก และพบว่าสารสกัดจากผลมะขามป้อมด้วย acetone ในความเข้มข้น 0.1 มล./plate  มีฤทธิ์ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ที่เหนี่ยวนำด้วย sodium azide ของ Salmonella typhimurium TA 100, TA 97 ได้  สารสกัดด้วยคลอร์โรฟอร์ม หรือน้ำก็ให้ผลเช่นเดียวกัน  ในหนูถีบจักรที่ได้รับสารสกัดด้วยน้ำในขนาด 10 มล/กก สามารถยับยั้งการก่อกลายพันธุ์จากผลของโลหะนิเกิลได้  ถ้าให้ในขนาด 685 มก/กก พบว่าสามารถลดจำนวนความถี่ของโครโมโซมที่ผิดปกติ / เซลล์  ลด % ของเซลล์ที่ผิดปกติและความถี่ของ micronuclei ที่เกิดในเซลล์ของไขกระดูก
จากโลหะหนักอะลูมิเนียม และตะกั่ว ก็เช่นเดียวกัน หลังจากให้สารสกัดด้วยน้ำของผลมะขามป้อมแก่หนูถีบจักรในขนาด 685 มก/กก 7 วัน  แล้วฉีดอะลูมิเนียมหรือตะกั่ว เข้าช่องท้องของสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดไปทำให้แบ่งตัวเพิ่มขึ้น แต่ไปลดการสลายของโครโมโซมในเซลล์ของกระดูก และในขนาดยาเท่ากันนี้ก็สามารถต้านการจับกลุ่มของโครโมโซมที่ถูกทำให้ผิดปกติด้วย ซีเซียมคลอไรด์ได้  นอกจากนี้เมื่อสัตว์ทดลองได้รับยาในขนาด 685 มก/กก ทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก็สามารถลดจำนวนเซลล์ micronuclei ซึ่งเกิดโดยอะลูมิเนียม หรือตะกั่วได้เช่นกัน
.

ฤทธิ์ยับยั้งการเป็นพิษต่อตับและไต

มีรายงานว่าส่วนผสมของสมุนไพรซึ่งมีมะขามป้อมทั้งต้นเป็นส่วนประกอบด้วย  ทำเป็นยาต้มให้คนไข้รับประทานนาน  1-5 สัปดาห์พบว่าคนไข้  18 ใน 20 รายหายจากโรคดีซ่าน มีปริมาณ bilirubin ใน serum เป็นที่พอใจ

Phyllanthus emblica Linn.Malacca treeEuphorbiaceaeมะขามป้อมเป็นไม้ที่ขึ้นง่ายไม่เลือกดินฟ้าอากาศพบได้ตามป่าเขาทั่วไปในแถบเอเชียจึงเป็นที่รู้จักกันดีทั้งในประเทศไทย จีน อินเดีย เนปาล มาเลเซีย ศรีลังกา  บังคลาเทศ  และญี่ปุ่น  มีการนำส่วนต่างๆ ของมะขามป้อมมาใช้เป็นยาพื้นบ้านรักษาโรคต่างๆ ทั้งส่วนใบ   ลำต้น ราก ผล หรือเปลือกลำต้นนอกจากเป็นอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี ส่วนต่างๆ ของมะขามป้อมยังมีสารสำคัญหลายชนิดที่เป็นประโยชน์ มีมากน้อยต่างกันไปตามส่วนต่างๆ ของพืชดังกล่าวแล้ว  กลุ่มสารสำคัญเหล่านี้ได้แก่  tannin  flavanoid  benzenoid  coumarin diterpine triterpine alkaloid และ steroid  นอกจากนี้ยังมีคาร์โบไฮเดรทที่ให้รสหวาน ได้แก่  น้ำตาล  glucose และ fructose โปรตีน และไขมัน ซึ่งประกอบด้วยกรดไขมันทั้งชนิดอิ่มตัวและไม่อิ่มตัว  พบมากในส่วนเมล็ดได้มีการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและพิษวิทยาของมะขามป้อม พบว่านอกจากเป็นแหล่งของวิตามินที่ใช้รักษาโรคเลือดออกตามไรฟันได้แล้ว  ส่วนต่างๆ ของมะขามป้อมยังมีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาดังต่อไปนี้ฤทธิ์ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์มีผู้ศึกษาเรื่องนี้กันมาก และพบว่าสารสกัดจากผลมะขามป้อมด้วย acetone ในความเข้มข้น 0.1 มล./plate  มีฤทธิ์ยับยั้งการก่อกลายพันธุ์ ที่เหนี่ยวนำด้วย sodium azide ของ Salmonella typhimurium TA 100, TA 97 ได้  สารสกัดด้วยคลอร์โรฟอร์ม หรือน้ำก็ให้ผลเช่นเดียวกัน  ในหนูถีบจักรที่ได้รับสารสกัดด้วยน้ำในขนาด 10 มล/กก สามารถยับยั้งการก่อกลายพันธุ์จากผลของโลหะนิเกิลได้  ถ้าให้ในขนาด 685 มก/กก พบว่าสามารถลดจำนวนความถี่ของโครโมโซมที่ผิดปกติ / เซลล์  ลด % ของเซลล์ที่ผิดปกติและความถี่ของ micronuclei ที่เกิดในเซลล์ของไขกระดูกจากโลหะหนักอะลูมิเนียม และตะกั่ว ก็เช่นเดียวกัน หลังจากให้สารสกัดด้วยน้ำของผลมะขามป้อมแก่หนูถีบจักรในขนาด 685 มก/กก 7 วัน  แล้วฉีดอะลูมิเนียมหรือตะกั่ว เข้าช่องท้องของสัตว์ทดลอง พบว่าสารสกัดไปทำให้แบ่งตัวเพิ่มขึ้น แต่ไปลดการสลายของโครโมโซมในเซลล์ของกระดูก และในขนาดยาเท่ากันนี้ก็สามารถต้านการจับกลุ่มของโครโมโซมที่ถูกทำให้ผิดปกติด้วย ซีเซียมคลอไรด์ได้  นอกจากนี้เมื่อสัตว์ทดลองได้รับยาในขนาด 685 มก/กก ทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ก็สามารถลดจำนวนเซลล์ micronuclei ซึ่งเกิดโดยอะลูมิเนียม หรือตะกั่วได้เช่นกันฤทธิ์ยับยั้งการเป็นพิษต่อตับและไตมีรายงานว่าส่วนผสมของสมุนไพรซึ่งมีมะขามป้อมทั้งต้นเป็นส่วนประกอบด้วย  ทำเป็นยาต้มให้คนไข้รับประทานนาน  1-5 สัปดาห์พบว่าคนไข้  18 ใน 20 รายหายจากโรคดีซ่าน มีปริมาณ bilirubin ใน serum เป็นที่พอใจ

ใส่ความเห็น