กวาวเครือขาวมีฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านม

กวาวเครือขาว
นักวิจัยจุฬาฯ ศึกษาวิจัยค้นพบศักยภาพของกวาวเครือขาวมีสรรพคุณต้านมะเร็งเต้านม ซึ่งได้มีการเผยแพร่ผลงานวิจัยเรื่องดังกล่าวในวารสารวิจัยด้านวัยทองของยุโรปชื่อ Maturitas ในเครือข่าย ScienceDirect ของสำนักพิมพ์ Elsevier ซึ่งเป็นเครือข่ายวารสารวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ใหญ่ที่สุดของโลก ฉบับเดือนตุลาคม 2550 กลุ่มผู้ทำวิจัยประกอบด้วย รศ.ดร.วิชัย เชิดชีวศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ น.ส.รัตนา ปานเรียนแสน นิสิตบัณฑิตวิทยาลัย สหสาขาเทคโนโลยีชีวภาพ ร่วมกับ ดร.พรทิพา พิชา สถาบันมะเร็งแห่งชาติ กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข โดยได้รับทุนสนับสนุนจากบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ
.
งานวิจัยเรื่องนี้เป็นการศึกษาต่อเนื่องจากผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิจัยด้านเภสัชกรรมพื้นบ้านชื่อ “Journal of Ethnopharmacology” ในปี 2547 ซึ่งได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยเรื่อง “The differential anti-proliferation effect of white (Pueraria mirifica), red (Butea superba), and black (Mucuna collettii) Kwao Krua plants on the growth of MCF-7 cells” ของ รศ.ดร. วิชัย เชิดชีวศาสตร์ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ และคณะ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ ซึ่งคณะนักวิจัยได้ค้นพบศักยภาพของกวาวเครือขาว สายพันธุ์วิชัย-3 ในการออกฤทธิ์ต้านการเจริญของเซลล์มะเร็งเต้านมมนุษย์ในหลอดทดลองในสภาวะที่มีความเข้มข้นของสารสกัดกวาวเครือขาวในระดับปานกลางถึงปริมาณสูง และผลการต้านการเจริญนี้จะมากยิ่งขึ้นถ้ามีฮอร์โมนเอสโตเจนอยู่ด้วย คณะผู้วิจัยจึงดำเนินการทดลองในขั้นต่อไปในสัตว์ทดลอง โดยการป้อนผงกวาวเครือขาวสายพันธุ์วิชัย-3 ให้หนูเพศเมียวัยหย่านมเป็นเวลานาน 28 วัน จากนั้นกระตุ้นให้เกิดมะเร็งเต้านมโดยใช้สารก่อมะเร็ง 7,12-DMBA ผลการทดลองพบว่าในหนูที่ได้รับกวาวเครือขาวมีอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งเต้านม และความรุนแรงของมะเร็งเต้านมลดลงตามปริมาณกวาวเครือขาวที่ได้รับเพิ่มขึ้น ซึ่งคณะผู้วิจัยได้ใช้เทคนิคการย้อมสีเนื้อเยื่อมะเร็งเต้านมด้วยแอนติบอดี จำเพาะต่อตัวรับเอสโตรเจนแอลฟา และตัวรับเอสโตรเจนเบตา ผลการทดลองพบว่ากวาวเครือขาวมีผลลดปริมาณตัวรับเอสโตรเจนแอลฟาได้มากกว่าตัวรับเอสโตรเจนเบตา นอกจากนี้สัดส่วนของตัวรับเอสโตรเจนแอลฟาต่อตัวรับเอสโตรเจนเบตายังลดลงตามการเพิ่มขึ้นของกวาวเครือขาวที่ร่างกายได้รับ แสดงว่ากวาวเครือขาวออกฤทธิ์ต้านมะเร็งเต้านมในสัตว์ทดลอง โดยการไปกดการสร้างตัวรับเอสโตรเจนแอลฟา
.
ผลการค้นพบในครั้งนี้มีประโยชน์ต่อวงการโภชนาการเป็นอย่างมาก แสดงว่าการที่ร่างกายสัตว์ได้รับสารไฟโตเอสโตรเจนอย่างต่อเนื่องมีผลลดอุบัติการณ์การเกิดความรุนแรงของมะเร็งเต้านมได้ งานวิจัยเรื่องนี้เป็นการตีพิมพ์ครั้งแรกของโลกที่พิสูจน์ได้ว่าการได้รับไฟโตเอสโตรเจนในรูปของผงแห้ง ที่เตรียมจากรากหรือหัวของพืชที่มีฤทธิ์เอสโตรเจนิกสูง อย่างเช่น กวาวเครือขาว มีศักยภาพในการต้านมะเร็งเต้านม
.

ที่มา: กิจการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ใส่ความเห็น