คำแนะนำผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ

มะเร็งศีรษะและลำคอ (รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต)

ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ จะได้รับรังสีในปริมาณที่สูงกว่าการฉายรังสีบริเวณอื่น โดยปกติจะใช้เวลาประมาณ 6-8 สัปดาห์ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีที่บริเวณศีรษะและลำคออ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ดังนี้ ผิวหนังแห้งคล้ำ ปากและคอแห้ง เยื่อบุช่องปากอักเสบ และการรับรู้รสอาหารเปลี่ยนไป บางรายอาจมีการผมร่วงได้ (กรณีที่ฉายบริเวณศีรษะ)การเข้าใจถึงภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น และการปฏิบัติตัวในระหว่างการฉายรังสีจึงเป็นสิ่งสำคัญภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ และการปฏิบัติตัว มีดังต่อไปนี้

.ผลต่อผิวหนังบริเวณฉายรังสี
จะทำให้ผิวหนังบริเวณที่ได้รับรังสีแดงคล้ำ แห้งลอกถ้าดูแลไม่ถูกต้องจะทำให้ผิวหนังแตกเป็นแผลเปียกคล้ายแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
1. ระวังไม่ให้เส้นที่ขึดไว้ลบเลือน ถ้าเส้นลบให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ห้ามขีดเอง
2. ผู้ป่วยสามารถอาบน้ำได้ แต่ไม่ควรขัดถูผิวหนัง บริเวณฉายรังสี หลังอาบน้ำเสร็จ ควรใช้ผ้านุ่ม ๆ ซับเบา ๆ ให้แห้งแทนการเช็ดตัวตามปกติ
3. ไม่ควรใช้แป้งทาตัวหรือครีมใด ๆ ทาลงบนผิวหนังในขณะที่ฉายรังสีเพราะอาจมีสารจำพวกโลหะหนังผสมอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดปฏิกิริยาของผิวหนังจากรังสีได้มาก
4. ห้ามแกะ เกา เพราะอาจทำให้เกิดแผลได้
5. ไม่ควรโกนหนวดหรือขนในบริเวณผิวหนังที่ฉายรังสีเพราะจะทำให้เกิดบาดแผลได้ง่าย อาจใช้กรรไกรเล็มหนวดได้
6. ห้ามวางกระเป๋าร้อนลงบนผิวหนังบริเวณที่ฉายรังสีหรือถูกแสงแดดจัด ๆ เป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้
7. ขณะฉายรังสีควรใช้เสื้อผ้าที่สวมได้ง่าย ใส่สบาย ลักษณะเนื้อผ้าอ่อนนุ่ม ไม่เสียดสีผิวหนัง สำหรับผู้ป่วยที่ฉายรังสีบริเวณศีรษะและลำคอ (กรณีฉายรังสีบริเวณคอ)
8. ผู้ป่วยที่ฉายรังสีบริเวณศีรษะ ไม่ควรสระผมหรือโกนศีรษะ ให้ใช้ปัตตาเลี่ยนหรือใช้กรรไกรเล็มระหว่างฉายรังสีผมอาจร่วงได้
ผลต่อช่องปาก
ปากและคอแห้ง
มักพบเมื่อฉายรังสีแล้วประมาณ 1-2 สัปดาห์ เกิดจากผลของรังสีต่อต่อมน้ำลาย ทำให้น้ำลายน้อยและเหนียว

ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
1. จิบน้ำบ่อย ๆ วันละ 8-10  แก้วหรือมากกว่านี้และควรนำขวดน้ำติด
2. หลีกเลี่ยงน้ำยาบ้วนปาก ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เพราะจะทำให้ปากแห้งมากขึ้น

เยื่อบุช่องปากอักเสบ
ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บระคายเคืองได้ ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงมากและอาจจะมีเลือดออกได้  ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
1. รับประทานอาหารอ่อน ง่ายต่อการย่อย รสไม่จัด มีคุณค่าอาหารครบถ้วน
2. งดดื่มสุรา สูบบุหรี่ อาหารมักดอง
3. บ้วนปากบ่อย ๆ ด้วยน้ำเกลือเจือจาง
4. รักษาความสะอาดภายในช่องปากสม่ำเสมอ โดยแปรงฟันหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ ใช้แปรงสีฟันที่มีขนอ่อนนุ่ม ยาสีฟันไม่เผ็ดซ่า
5. ถ้ามีอาการอักเสบของเยื่อบุช่องปากมากจนกลายเป็นแผลลึก ควรปรึกษาแพทย์

การรับรู้รสอาหารเปลี่ยนไป
อาการนี้จะมีตั้งแต่เริ่มรักษาและค่อย ๆ กลับคืนภายใน 2-3 เดือน เมื่อหยุดการฉายรังสี

ผู้ป่วยควรปฏิบัติดังนี้
1. รับประทานอาหารครั้งละน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง
2. รับประทานอาหารเสริมระหว่างมื้อ เช่น นมสด ผลไม้
3. ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เช่น ข้าว เนื้อสัตว์ ไข่ นม ผัก ผลไม้ต่าง ๆ ตามที่ต้องการ เพื่อให้ร่างกายนำไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และทำให้ฟื้นคืนสู่สภาพปกติโดยเร็ว
4. ควรรับประทานอาหารที่ประกอบด้วยแกงจืดหรืออาหารเหลว จะช่วยให้กลืนสะดวก

บริหารร่างกาย
การบริหารช่องปากเพื่อป้องกันปากแคบ และขากรรไกรยึด
ท่าที่ 1 อ้าปากกว้าง ๆ และหุบปากประมาณ 20 ครั้ง ควรทำบ่อย ๆ
ท่าที่ 2 อมท่อนพลาสติก หรือจุกไม้ก๊อกที่สะอาดครั้งละ 1 นาที อย่างน้อยวันละ 5 ครั้ง

การบริหารบริเวณลำคอ เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อพังผืดมายืดบริเวณลำคอ
ท่าที่ 1 หันหน้าไปทางด้านซ้ายสุดแล้วค่อย ๆ หันกลับมาหันไปทางด้านขวาสุด ท่าละ 20 ครั้งและทำบ่อย ๆ
ท่าที่ 2 ก้มศีรษะจนคางชิดอกแล้วค่อย ๆ แหงนศีรษะจนสุด ทำช้า ๆ ซ้ำ ๆ หลาย ๆ ครั้ง
ท่าที่ 3 หมุนศีรษะไปทางซ้าย 3 รอบสลับกันไป ทำบ่อย ๆ

ที่มา : www.lampangcancer.com

ใส่ความเห็น