เมื่อมะเร็งลามไปที่กระดูก

กระดูก (รูปภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต)

ในปัจจุบัน “โรคมะเร็ง” นับว่าเป็นปัญหาที่สำคัญทางสาธารณสุขของประเทศไทย ที่นับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยในแต่ละปีพบว่า มีจำนวนผู้ป่วยมะเร็งเพิ่มขึ้นในประเทศไทยมากกว่า 190,000 ราย และยังพบว่าเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของคนไทยที่สำคัญในลำดับต้น ๆ อีกด้วย

“มะเร็งกระดูก” นับว่าเป็นมะเร็งที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ มะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิ และมะเร็งกระดูกชนิดทุติยภูมิ โดยมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิเกิดจากความผิดปกติภายในเซลล์ของกระดูกเอง ในขณะที่มะเร็งกระดูกชนิดทุติยภูมินั้น เกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็งชนิดอื่นมาที่กระดูก

มะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิ จัดได้ว่าเป็นมะเร็งที่พบได้น้อย สำหรับประเทศไทยจะมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 1,000 รายหรือประมาณ 1% ของผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในประเทศ โดยมีชนิดแตกต่างกันมากกว่า 20 ชนิด เราสามารถพบมะเร็งกระดูกได้ในผู้ป่วยทุกช่วงอายุ ซึ่งในแต่ละช่วงอายุจะพบชนิดของมะเร็งที่แตกต่างกันออกไป เช่น มะเร็งกระดูกชนิดออสทีโอซาโคม่า (osteosarcoma) พบได้บ่อยในช่วงอายุ 10–20 ปี ส่วนเนื้องอกไขกระดูก (myeloma) พบได้ในช่วงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรคที่ชัดเจน แต่จากข้อมูลของการวิจัยเชื่อว่า เกิดจากความผิดปกติในยีนของผู้ป่วยเอง โดยมีปัจจัยเสี่ยง เช่น การได้รับรังสีหรือสารเคมี เป็นต้น สำหรับความผิดปกติทางพันธุกรรมนั้น เกิดขึ้นได้กับผู้ป่วยบางรายเท่านั้น

ผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิส่วนใหญ่มักมีอาการปวด โดยจะมีอาการปวดอยู่ตลอดเวลา ปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อระยะเวลาผ่านไป และมักมีอาการที่รุนแรงมากขึ้นโดยเฉพาะในเวลากลางคืน อาจพบร่วมกันกับการมีก้อนโตขึ้นผิดสังเกตตามร่างกายหรือมีกระดูกหักง่ายกว่าปกติ โดยไม่มีสาเหตุที่เหมาะสม นอกจากนี้อาจมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วได้

สำหรับการวินิจฉัยโรคมะเร็งกระดูกนั้น จะใช้วิธีดูภาพรังสีร่วมกับการตัดเนื้อออกตรวจ โดยในขณะนี้ยังไม่มีการวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการใดที่สามารถใช้ตรวจหามะเร็งตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นได้ นอกจากนี้มะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิยังสามารถแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ได้อีกด้วย เช่น ปอด เป็นต้น ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการตรวจภาพรังสีของปอดและกระดูกในบริเวณอื่นร่วมด้วยเพื่อให้ทราบถึงระยะของโรคเพิ่มเติม

การรักษามะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิมีเป้าหมายหลัก คือ การรักษาชีวิตผู้ป่วยไว้ โดยพยายามทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตภายหลังการรักษาที่ดี สำหรับวิธีการรักษาที่ดีที่สุดคือ การรักษาชนิดสหสาขา หมายถึงการรักษาโดยใช้วิธีการรักษาหลายอย่างร่วมกัน โดยต้องอาศัยแพทย์เฉพาะทางที่มีประสบการณ์ด้านโรคมะเร็งในหลายสาขา เช่น การผ่าตัด เคมีบำบัด รังสีรักษา เป็นต้น ในปัจจุบันมีการพัฒนาองค์ความรู้และเทคโนโลยีทางการแพทย์ไปมาก ทำให้แพทย์สามารถผ่าตัดเฉพาะกระดูกส่วนที่เป็นมะเร็งออกได้ ในกรณีที่ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นและยังไม่มีการลุกลามไปสู่อวัยวะที่สำคัญ ทั้งนี้ จะทำให้ผู้ป่วยมีชีวิตที่ยืนยาวเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีคุณภาพชีวิตภายหลังการรักษาที่ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมาก

ส่วน มะเร็งกระดูกชนิดทุติยภูมิ เป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยกว่ามะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิมาก โดยประมาณการในประเทศไทยพบจำนวนผู้ป่วยรายใหม่มากกว่า 20,000 รายต่อปี โดยมะเร็งที่มักแพร่กระจายมาที่กระดูกได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต และมะเร็งต่อมไทรอยด์ โดยส่วนใหญ่มักพบในระยะท้ายของโรค

อาการแรกเริ่มส่วนใหญ่ มักมีอาการปวดนำมาก่อนในบริเวณที่มะเร็งแพร่กระจายมา โดยจะมีลักษณะเช่นเดียวกันกับอาการปวดของมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิ และอาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วยได้ เช่น กระดูกหัก อาการชาและอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ รวมถึงมีก้อนผิดปกติ โดยผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการของโรคมะเร็งนำมาก่อน สำหรับการวินิจฉัยโรคจะใช้ภาพรังสี การสแกนกระดูก รวมทั้งการตัดเนื้อออกเพื่อทำการตรวจ

การรักษามะเร็งกระดูกชนิดทุติยภูมินั้น มีเป้าหมายของการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ในระหว่างการรักษาโรค เช่น ลดอาการปวดที่เกิดจากมะเร็ง การผ่าตัดเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาเดินหรือช่วยเหลือตนเองได้ ซึ่งต้องอาศัยการรักษาหลายวิธีการร่วมกัน เช่นเดียวกันกับมะเร็งกระดูกชนิดปฐมภูมิ

มะเร็งกระดูกนับได้ว่าเป็นโรคที่มีความรุนแรงของโรคสูงกว่ามะเร็งชนิดอื่นอีกหลายชนิด นอกจากจะเกิดขึ้นในเวลาอันรวดเร็วแล้ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเสียชีวิตลงในเวลาอันสั้น หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที แต่ในทางตรงกันข้ามหากผู้ป่วยได้รับดูแลรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่ในระยะเริ่มต้นของโรคและยังไม่มีการแพร่กระจายของมะเร็งไปที่อวัยวะอื่น จะทำผู้ป่วยมีโอกาสที่จะรอดชีวิตสูงขึ้นรวมทั้งมีคุณภาพชีวิตภายหลังการรักษาที่ดีมาก

เนื่องด้วยปัจจุบันยังไม่มีวิธีการตรวจหามะเร็งกระดูกตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น จึงต้องอาศัยความสงสัยของแพทย์และการติดตามสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด จึงจะสามารถตรวจพบโรคมะเร็งชนิดระยะเริ่ม  ต้นได้.

นายแพทย์อดิศักดิ์ นารถธนะรุ่ง
หัวหน้าหน่วยเนื้องอกกระดูก ภาควิชาออร์โรปิดิคส์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ที่มา  www.waddeeja.com

ใส่ความเห็น