ทำสีผมต้องระวังเสี่ยงเป็นมะเร็ง

ทำสีผม (รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต)

สาธารณสุขเตือนทำสีผมบ่อยเสี่ยงมะเร็งเม็ดเลือด

นางนิตยา จันทร์เรือง มหาผล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้ข้อมูลว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีงานวิจัยในต่างประเทศพบว่า ผู้ที่ย้อมสีผม ในช่วง 24 ปีก่อน คือช่วงประมาณ พ.ศ. 2523 มีความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน มากกว่าคนที่ไม่ย้อม เนื่องจากสารเคมีที่ใช้เป็นส่วนประกอบของน้ำยาย้อมผมชนิดติดถาวร บางชนิดทำให้เกิดโรคมะเร็งได้ จากการศึกษาผู้ที่ป่วยด้วยมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันจำนวน 769 ราย เปรียบเทียบกับคนปกติทั่วไปที่ไม่ได้เจ็บป่วย พบว่าผู้ชายและผู้หญิงที่เคยย้อมผมด้วยน้ำยาย้อมผมชนิดถาวรปีละ 1-5 ครั้ง ในรอบ 15 ปี หรือนานกว่านั้น มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวสูงกว่าคนที่ไม่เคยใช้น้ำยาย้อมผมถึง 2 เท่าตัว จึงมีความเป็นไปได้ว่าเมื่อหนังศีรษะสัมผัสกับน้ำยาย้อมผม น้ำยาจะแทรกซึมเข้าไปในหนังศีรษะ ตามรูเส้นผม และซึมเข้าไปสู่กระแสเลือดได้
.
นางนิตยา กล่าวต่อว่า ในกลุ่มของผู้ที่ใช้น้ำยาย้อมผมชนิดชั่วคราวที่สระล้างออกด้วยแชมพูสระผม ซึ่งมีการผลิตออกมาหลังจาก พ.ศ.2523 จากการศึกษาพบว่าไม่มีส่วนทำให้เกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวแต่อย่างใด แสดงว่ามีการพัฒนาสูตรน้ำยาย้อมผมที่มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้มากขึ้น

สำหรับยาย้อมผมในประเทศไทยที่ทำให้เส้นผมเปลี่ยนสี มีหลายประเภท เช่น

  • ชนิดที่เป็นครีม หรือโลชั่นใส่ผม มีส่วนผสม คือ เลดแอซีเตท ตะกั่วแอซีเตท หรือซิลเวอร์ไนเตรท จะทำปฏิกริยาโดยสีของผมจะค่อย ๆ คล้ำขึ้นจนกลายเป็นสีเทา หรือสีดำ ชนิดนี้ผู้ชายจะใช้มากกว่าผู้หญิง เนื่องจากช่วยตกแต่งให้ทรงผมเรียบ และเป็นมัน
  • ชนิดย้อมผมถาวร ซึ่งจะต้องมีข้อความเครื่องสำอางควบคุมพิเศษ อยู่ใกล้กับเลขทะเบียนในเครื่องหมาย อ.ย. และเป็นชนิดที่ก่อนใช้ต้องผสมกับน้ำยาย้อม ที่มีไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ โดยสีที่ย้อมจะอยู่ทนนาน แต่เมื่อผมงอก ออกมาใหม่ ก็จะเป็นสีของเส้นผมที่ยังไม่ได้ถูกย้อม
  • ชนิดกึ่งถาวร กลุ่มนี้ติดทนอยู่ที่เส้นผมไม่นานนัก จะหมดไปเมื่อสะผมประมาณ 8-10 ครั้ง
  • ชนิดชั่วคราว ชนิดนี้จะหลุดออก หรือหมดไปหลังสระผม

อย่างไรก็ตาม การใช้ยาย้อมผม ต้องระมัดระวัง เพราะอาจมีอันตรายเกิดขึ้นได้ โดยห้ามใช้ในกรณีที่หนังหัวมีรอยถลอก เป็นแผล หรือโรคผิวหนัง ห้ามใช้ย้อมขนตา หรือขนคิ้ว

ที่มา: สยามดารา

.

ผลวิจัยระบุ น้ำยาย้อมผมมีสารพิษ เสี่ยงโรคมะเร็ง

การโกรกผมหรือย้อมสีผม ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นและหลีกเลี่ยงไม่ได้ สำหรับคนที่มีผมหงอกผมขาวให้เห็นรำคาญใจ แต่ สำหรับสาว ๆ คนไหนที่นิยมการย้อมสีผมตามแฟชั่น ไม่ว่าจะสีอะไร โทนไหนที่กำลังอินเทรนด์และมาแรง เห็นเป็นต้องเปลี่ยนกันไปได้ตลอดทุกฤดูกาล อันนี้ขอบอกว่าเสี่ยงมาก ๆ

นักวิจัยจากประเทศรัสเซียเผยผลการวิจัยว่า ในน้ำยาย้อมผมมีสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งและโรคร้ายแรงอื่น ๆ  ตามมาได้ สำหรับ คนที่ต้องย้อมสีผมเกินกว่า 9 ครั้ง ภายใน 1 ปี จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคลูคีเมีย หรือมะเร็งในเม็ดเลือด โรคเนื้องอกในสมอง และโรคมะเร็งในต่อมน้ำเหลือง ได้ง่ายกว่าคนทั่วไปถึงร้อยละ 60

ผลวิจัยยังบอกว่า คนที่นิยมการย้อมสีผมมาตั้งแต่ก่อนปี ค.ศ.1980 จะมีโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายดังกล่าว มากกว่าคนที่นิยมการย้อมผมในยุคหลัง ๆ ถึงร้อยละ 70 ซึ่งมะเร็งดังกล่าวจะพัฒนาไปสู่การติดเชื้อในเม็ดเลือดได้อีกด้วย

สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เพราะน้ำยาย้อมผมที่วางจำหน่ายก่อนปี ค.ศ.1980 จะมีส่วนผสมของสารพิษต่าง ๆ ที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งบรรจุรวมอยู่ในนั้น ซึ่งสารดังกล่าวที่ว่านี้ ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ย้อมผมในยุคปัจจุบัน

ผล วิจัยยังระบุอีกว่า ผู้หญิงที่ใช้น้ำยาปกปิดสีผมขาวชนิดสีดำ จะมีโอกาสที่มะเร็งจะพัฒนาไปเป็นเนื้องอกในสมอง และมะเร็งในเม็ดเลือดชนิดที่ไม่ลุกลามได้ง่ายขึ้นกว่าถึงร้อยละ 50 แต่วารสารอเมริการายงานว่า สำหรับคนที่เปลี่ยนสีผมหลากสีสันไปมาอยู่เรื่อย ๆ จะมีความเสี่ยงสูงกว่าถึงร้อยละ 70

อย่างไรก็ตาม ดร.ยาไวอ์ ซาง หัวหน้าทีมวิจัยจาก Yale School of Public Health ประเทศรัสเซีย ได้ค้นพบผลงานวิจัยระหว่างปี ค.ศ.1988-2003 ที่ได้ทำแบบสอบถามไปยังกลุ่มผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่เกี่ยวข้องดังกล่าวจำนวนหนึ่ง พบว่า มีผู้ป่วยจำนวน 4,461 คน ที่ยอมรับว่าเคยใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม และมีผู้ป่วยอีกจำนวน 5,799 คน ปฏิเสธว่าตัวเองไม่เคยย้อมสีผมเลย

ดร.ชา งกล่าวว่า  ”ผลสำรวจที่ได้ ทำให้ทราบว่าไม่เพียงยาย้อมผมเท่านั้นที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง แต่มันยังมีปัจจัยอื่น ๆ ประกอบไปด้วย อาทิ พันธุกรรม และรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน

ด้านเจ มี เพจ ผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่อต้านมะเร็งเพื่อการกุศล กล่าวว่า “เป็นที่รู้กันดีแล้วว่า ในน้ำยาย้อมผมนั้นมีสารก่อมะเร็งบรรจุอยู่ ซึ่งตอนนี้เราจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องหันมาใส่ใจกับเรื่องนี้กันมากขึ้น อีกทั้งยังต้องมีมาตรการคุมเข้มพวกผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสารเคมีต่าง ๆ ควรจะต้องเข้ามาตรวจสอบดูแล เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้บริโภคจะปลอดภัยจริง ๆ มันจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องตั้งกฎ ระเบียบไปยังผู้ผลิต ว่าให้มีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทุกชิ้น ก่อนที่จะอนุญาตให้จำหน่ายไปยังร้านค้าและร้านทำผมทั่วไป”

ที่มาสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ใส่ความเห็น