วิจัยเผยภาชนะพลาสติกทำเด็กเสี่ยงมะเร็ง

ขวดนมพลาสติก (รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต)

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าสารเคมีชนิดหนึ่งซึ่งมักพบในภาชนะบรรจุหรือหีบห่ออาหารสำหรับทารกที่เป็นพลาสติก เป็นต้นว่าในขวดนมอาจมีความสัมพันธ์กับภาวะเข้าสู่วัยแตกเนื้อสาวเร็วกว่าปกติ โรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งเต้านม

ทั้งนี้เป็นผลการวิจัยของโครงการพิษวิทยาแห่งชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันสุขภาพแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ผลการวิจัยอยู่ในระหว่างการเตรียมตีพิมพ์เผยแพร่ และเมื่อผลการวิจัยออกมาเช่นนี้แล้วสมาชิกสภาคองเกรสจากพรรคเดโมแคร็ตจึงได้ เรียกร้องให้สำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯทำการทบทวนการรับรองความปลอดภัยของ สารเคมี ชื่อ bisphenol A หรือบีพีเอ โดยเฉพาะกับการใช้ทำผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จอห์น ดินเกลล์ ซึ่งเป็นประธานกรรมาธิการด้านพลังงานและพานิชย์ของสภาผู้แทนราษฎรกล่าวว่า ผลการวิจัยนี้ทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับจุดยืนของสำนักงานอาหารและเรื่อง ความปลอดภัยของสารบีพีเอเสียแล้ว

“ผมหวังว่าเอฟดีเอจะยินยอมพร้อมใจที่จะทบทวนจุดยืนของตัวเองเกี่ยวกับสารบีพีอี ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของลูกเล็กเด็กแดงของเรานั่นเอง” นาย ดินเกลล์กล่าว

สำหรับสารเคมีบีพีเอนี้พบว่ามักใช้ทำขวดนมพลาสติกสำหรับทารกและใช้เป็นแผ่นปูรองใน กระป๋องนมสูตรสำหรับเด็กเล็ก และการวิจัยของโครงการพิษวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯครั้งนี้ก็เป็นการศึกษาลึกลงไป กว่าถ้อยแถลงของทางการสหรัฐฯที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าเป็นไปได้ว่าสารบีพีเอ อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพคน

ผลการวิจัยครั้งนี้พบด้วยว่าสารบีพีเอมีความน่าเป็นห่วงว่าจะมีผลกระทบต่อทั้ง ระบบประสาทและพฤติกรรมของตัวอ่อนทารก และเด็ก แม้ได้รับในปริมาณที่คนทั่วไปได้รับในชีวิตประจำวัน โดยนักวิจัยระบุว่าหากประชากรกลุ่มนี้ได้รับสารนี้เข้าไปในร่างกายอาจทำให้ เกิดผลกระทบต่อ ต่อลูกหมาก ต่อมน้ำนม และเกี่ยวกับภาวะแตกเนื้อสาวเร็วเกินวัย

นักวิจัยจากโครงการพิษวิทยาแห่งชาติได้ทำการทดลองในห้องปฏิบัติการโดยใช้หนู ทดลองและจัดสิ่งแวดล้อมให้พวกมันได้รับสารบีพีเอในลักษณะเหมือนกับที่คนทั่ว ไปจะสามารถได้รับในชีวิตประจำวัน ผลการทดลองพบว่าหนูทดลองเกิดเนื้องอกในขั้นก่อนเป็นมะเร็ง (precancerous lesions) ทั้งในต่อมลูกหมากและต่อน้ำนม

“ความเป็นไปได้ที่ว่าสาร bisophenol A อาจมีผลกระทบต่อพัฒนาการของคนเรานั้นเป็นประเด็นที่ตัดทิ้งไปไม่ได้เลย และจำเป็นต้องมีการศึกษาให้ลึกลงไปอีก” ทีมนักวิจัยกล่าว

โดย ปกติแล้วสารบีพีเอนั้นมักจะใช้ในการผลิตพลาสติกโพลีคาร์บอเนต และอีพ็อกซี่ เรซิน โดยจะพบได้ทั่วไปในภาชนะห่ออาหาร แผ่นซีดี อุปกรณ์การแพทย์บางอย่าง อีกทั้งวัสดุที่ใช้ในการเคลือบและอุดทางทันตกรรมบางชนิดก็มีสารชนิดนี้อยู่ ด้วย

โครงการพิษวิทยาแห่งชาติยังฝากเตือนไปยังสตรีตั้งครรภ์อีกด้วยว่าการละเลยไม่เอาใจ ใส่เกี่ยวกับการรับสารบีพีเอเข้าสู่ร่างกายอาจส่งผลให้ตัวอ่อนตาย หรือเกิดภาวะตายคลอด หรือแม้แต่พิการแต่กำเนิด หรืออาจทำเกิดปัญหาน้ำหนักแรกคลอดน้อยก็ได้

ที่มา: สำนักข่างต่างประเทศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส.

ใส่ความเห็น