ทำไมมะเร็งต้องงดเค็ม

เกลือ (รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต)

เชื่อว่าผู้อ่านหลายท่านคงจะเคยได้ยินว่า ผู้ป่วยมะเร็งให้กินอาหารที่มีรสเค็มแต่น้อยหรือว่าไม่ควรกินเลย เชื่อว่าหลายคนคงจะมีคำถามเกิดขึ้นแน่ว่าเพราะอะไร วันนี้เรามีคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันค่ะ

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าในร่างกายของคนเรามีเกลือ 2 ชนิดก็คือ เกลือโซเดียม ( Na ) และเกลือโพแทสเซียม ( K ) เกลือโพแทสเซียมมักจะอยู่ในเซลล์ตับ กล้ามเนื้อสมอง หัวใจและไต ส่วนโซเดียมจะอยู่นอกเซลล์เช่น อยู่ในน้ำเหลือง เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน น้ำดี และไทรอยด์

โดยปกติร่างกายจะมีการแลกเปลี่ยนและการกำจัดทิ้งของเกลือ 2 ชนิดนี้ ในเวลากลางวันและกลางคืน ( อ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ มะเร็งรักษาด้วยตนเอง ) หากการแลกเปลี่ยนของเกลือ 2 ชนิดนี้เป็นไปตามปกติร่างกายของเราก็จะสดชื่นกระปรี้กระเปร่าและแข็งแรง แต่หากเกลือโซเดียมและโพแทสเซียมเกิดผิดสัดส่วนไป นั่นหมายถึงความผิดปกติกับร่างกายของเรา

ในกรณีของมะเร็งเองก็เช่นเดียวกัน พบว่า ปริมาณของโซเดียมและโพแทสเซียมมีผลต่อการเจริญเติบโตของมะเร็ง ( จากการวิจัยศึกษาของ ดร.สตีเฟน ทอมป์สัน สถาบันวิจัยมะเร็งแห่งอเมริกา ) พบว่าในร่างกายของสัตว์ทดลงหากได้รับโซเดียมมากขึ้นมะเร็งในลำไส้ใหญ่สัตว์ นั้นก็จะโตได้ไว จึงรวบความได้ว่าผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งจึงควรกินเกลือโซเดียมในปริมาณน้อย แต่ให้ไปเน้นร่างกายให้ได้รับเกลือโพแทสเซียมแทน นอกจากนี้สถาบันแห่งนี้ยังยอมรับว่า การกินอาหารตามแนวของเกอร์สัน อาหารมังสวิรัติ อาหารแมคโครไบโอติกส์

ดังนั้นจึงบอกว่าในรายการผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งจึงควรได้รับเกลือโพแทสเซียม มากกว่าการได้รับเกลือโซเดียม ด้วยเหตุนี้เราจึงมักจะได้ยินว่า ห้ามผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งกินเค็ม ซึ่งก็หมายความรวมถึงการกินเกลือโซเดียมนั่นเอง

แล้วหากผู้ป่วยมะเร็งอยากได้เกลือเกลือที่น่าจะเหมาะกับผู้ป่วยมากกว่าก็คง จะเป็นเกลือโพแทสเซียม แต่ก็มีข้อจำกัดอีกว่า โพแทสเซียมที่มาจากอาหารและผักผลไม้จะปลอดภัยการกินโพแทสเซียมและแมกนีเซียม แบบเป็นเม็ด

เราสามารถหาเกลือโพแทสเซียมได้จาก ผัก ผลไม้ สาหร่ายทะเล การกินผักในปริมาณมาก ๆ การกินผลไม้จำพวกส้ม แคนตาลูป มะเขือเทศ ผักใบเขียวทุกชนิด มันฝรั่ง และกล้วย ให้กินสาหร่ายทะเลทุกมื้อก็จะทำให้เราได้โพแทสเซียมที่มากพอจะฟื้นฟูสุขภาพ ได้ด้วย และการกินแบบนี้ไม่ได้เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเท่านั้น แต่คนที่ฟื้นไข้ทุกประเภทก็เหมาะกับการกินแบบนี้มากกว่า

ที่มา: ศูนย์ธรรมชาติบำบัดบัลวี

ใส่ความเห็น