ฟักทองยาป้องกันเบาหวาน(และมะเร็ง)

รูปภาพจากอินเตอร์เน็ต

ฟักทองเป็นพืชผักที่อยู่ใกล้ตัวเรา คุณรู้หรือไม่ว่าฟักทองนี่แหละเป็นยาธรรมชาติที่น่าสนใจขนานหนึ่งทีเดียว

“ทัทยา อนุสร” ให้ข้อมูลไว้ในหนังสือ “ทุกอาหารเป็นยา ถ้ากินเป็น” ว่าการ เลือกซื้อให้เลือกดูที่เนื้อเหลืองเข้ม ๆ ค่อนไปทางสีส้ม จะได้ฟักทองที่เนื้อเหนียวอร่อยกว่าสีอ่อน ๆ การปอกเปลือกก็ควรปอกให้บางที่สุดเพื่อให้ติดส่วนที่ยังเขียวใต้เปลือกซึ่ง มีประโยชน์ หรือบางทีถ้าเปลือกไม่หนามากก็สามารถกินทั้งเปลือกได้เลย

เหตุผลที่ควรกินฟักทอง เพราะฟักทองทั้งเนื้อและเปลือก 100 กรัม ให้พลังงาน 43 กิโลแคลอรี มีโปรตีน 1.0 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม คาร์โบไฮเดรต 8.5 กรัม แคลเซียม 21 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 17 มิลลิกรัม เหล็ก 4.9 มิลลิกรัม วิตามินซี 52 มิลลิกรัม วิตามินเอ 3,266 ไมโครกรัมเทียบหน่วยเรตินอล

ฟักทองมีคุณค่าสูง เบตาแคโรทีนที่มีอยู่สูงมากช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะที่กระเพาะปัสสาวะ มีธาตุเหล็ก วิตามินซี วิตามินบี 1 และวิตามินบี 2 เหมาะจะเป็นอาหารลดน้ำหนักเพราะมีเส้นใยมาก ไขมันน้อย แคลอรีต่ำ

เบตาแคโรทีนที่มีอยู่สูงมากช่วยป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะที่กระเพาะปัสสาวะ

มีรายงานการวิจัยระบุว่า การกินฟักทองเป็นประจำจะช่วยป้องกันมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ

.

การกินฟักทองเป็นประจำจะช่วยป้องกันมะเร็งได้

.

และงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนพบว่า น้ำตาลโพลีแซ็กคาไรด์ที่ตรึงกับโปรตีนในเนื้อฟักทองมีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด น้ำตาลดังกล่าวละลายได้ในน้ำคั้นผลฟักทอง เมื่อทดสอบกับหนูที่เป็นเบาหวานจากสารอัลล็อกซานพบว่าน้ำตาล-โปรตีนดังกล่าว เพิ่มระดับอินซูลินในซีรั่ม ลดระดับน้ำตาลในเลือด และเพิ่มการทนกลูโคส สารสกัดน้ำตาลดังกล่าวในปริมาณ 1,000 มิลลิกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักให้ผลดีกว่าการให้ปริมาณต่ำ ๆ และดีกว่ากลุ่มที่ได้รับยาเบาหวาน จึงสามารถนำผลการศึกษาไปใช้กับผู้ป่วยเบาหวานได้

นั่นหมายความว่า การกินฟักทองเป็นประจำ ไม่ต่างจากการกินยาป้องกันและแก้โรคเบาหวานจากธรรมชาติเลยทีเดียว

ที่มา: http://www.wiseknow.com/

ใส่ความเห็น